รวมสัตว์น้ำหน้าตาแปลกๆ ใต้ทะเลลึก

Sep 13

ในโลกของสัตว์น้ำมีสิ่งมีชีวิตหลากหลายที่เรายังไม่เคยได้พบเจอมาก่อน เพราะพวกมันจะอาศัยอยู่ภายใต้ทะเลลึกลงไป จะไม่ค่อยได้เหนกันมากนัก ด้วยความสงสัยว่าลึกลงไปใต้ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ จะมีสัตว์น้ำชนิดใดอีกบ้างที่เรายังไม่เคยเห็นมาก่อน นักประดาน้ำกลุ่ม sbobet travel ได้ลองดำน้ำลงไปสำรวจ จึงได้พบกับเหล่าสัตว์น้ำหน้าตาแปลกๆ ที่ไม่คุ้นหน้ามาก่อน ลองตามมาดูกันเลยว่ามีสัตว์น้ำหน้าตาแปลกแบบใดบ้าง

ตัวแรกนี่มีชื่อว่า Longhorn Cowfish มันคือปลาที่มีสีเหลืองสดใสคล้ายกับตัวการ์ตูนเรื่องโปเกมอน มองเผินๆ จะรู้สึกว่ามันน่ารัก แต่ใครจะรู้ล่ะว่าเจ้าปลาตัวน้อยหน้าตาน่ารักตัวนี้จะเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะมันสามารถปล่อยสารพิษออกมาทางผิวหนังได้หากในกำลังอยู่ในสภาวะเครียด ซึ่งก็คืออย่าไปรบกวนมันเชียว เดี๋ยวจะโดนพิษจากมันได้นะจ๊ะขอเตือนไว้ก่อน

ตัวที่สองมีชื่อว่า Flying Gurnard อ่านดูจากชื่ออย่าเพิ่งคิดว่ามันเป็นผีเสื้อนะจ๊ะ แต่มันคือปลาชนิดหนึ่งที่มีครีบขนาดใหญ่ มองดูคล้ายกับปีกของผีเสื้อแสนสวย แต่มันก็ไม่สามารถบินได้เหมือนกับชื่อของมันหรอกนะ

ตัวที่สามมีชื่อว่า ดาวตะกร้า Basket Star มันเป็นสัตว์น้ำใต้ทะเลที่มีหน้าตาแปลกประหลาด มองดูคล้ายกับดาวเปราะ มันเป็นสัตว์ที่มีอายุขัยยาวนานถึง 35 ปีเลยทีเดียวนะเนี่ย

ตัวที่สี่มีชื่อว่า Red Flashing Jellyfish มันคือแมงกะพรุนที่มีอวัยวะคล้ายหนวดที่สามารถปล่อยแสงสีแดง ซึ่งใช้ในการล่อเหยื่อของมัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์รู้สึกตื่นเต้นมากกับการค้นพบสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่สามารถปล่อยแสงสีแดงออกมาได้เป็นครั้งแรก

ตัวที่ห้ามีชื่อว่า Black Swallower มันคือสัตว์น้ำที่แปลกประหลาดมาก เพราะเนื้อตัวของมันใสซะจนเมื่อมันกินปลาตัวอื่นเข้าไปก็จะสามารถมองเห็นทะลุเข้าไปได้ว่ากินปลาอะไรเข้าไป ที่ร้ายก็คือมันสามารถกินปลาขนาดใหญ่กว่าตัวมันเป็นสองเท่าได้อีกด้วย

ตัวที่หกมีชื่อว่า มังกรทะเลใบหญ้า Weedy Seadragon มันคือม้าน้ำนั่นเอง ด้วยรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดคล้ายใบหญ้า มันจึงถูกตั้งชื่อเป็นมังกรทะเลใบหญ้านั่นเอง เจ้ามังกรทะเลใบหญ้านี้ถูกค้นพบในเขตน่านน้ำของออสเตรเลียในมหาสมุทรอินเดียตะวันออก สาเหตุที่มันมีลักษณะเป็นใบหญ้านั่นก็เพราะว่ามันต้องพรางตัวเพื่อความอยู่รอดนั่นเอง

ก็ได้รู้จักสัตว์น้ำหน้าตาแปลกๆ ไปพอสังเขปแล้วนะจ๊ะ แต่หากว่าเพื่อนๆ คนไหนอยากจะเห็นสัตว์น้ำหน้าตาแปลกๆ ตัวเป็นๆ ต้องลองดำลงไปใต้ทะเลเหมือนกับนักดำน้ำของ sbobet travel ดูจ๊ะ เพื่อนๆ จะได้พบสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำซากจำเจอีกต่อไป

ปลาออร์ ปลาพญานาค

Jun 19

สัตว์ทะเลมีหลากหลายสายพันธุ์บางสายพันธุ์อาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกมาก บางชนิดเป็นสัตว์ที่สายพันธุ์หายากปลาชนิดนี้ก็เช่นเดียวกันซึ่งเป็นปลาที่ไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนักและมักอาศัยอยู่ในทะเลลึกซึ่งแน่นอนว่าตามความเชื่อมันคือ พญานาค แต่ความจริงแล้วมันคือ ปลาออร์ หรือ ปลาริบบิ้น นั่นเอง ปลาออร์มีลักษณะอย่างไรสามารถทำร้ายหรือเป็นอันตรายแก่มนุษย์หรือไม่นั่นทีม sbo จะรีวิวความล่าสุดของเว็บไซต์สัตว์ทะเล

ปลาออร์ หรือ ปลาริบบิ้น เป็นปลากระดูกแข็งชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Regalecus glesne อยู่ในวงศ์ Regalecidae มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับพญานาคตามความเชื่อของไทย หรือมังกรทะเลในความเชื่อในยุคกลางของชาวตะวันตก โดยมีความยาวได้สูงสุดยาวถึง 9 เมตร และหนัก 300 กิโลกรัม แต่ก็มีบันทึกไว้ในกินเนสส์ บุ๊ก ออฟ เวิร์ลด์ เรคคอร์ดด้วยว่า ปลาชนิดนี้เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ยาวที่สุดในโลก โดยอาจยาวได้ถึง 11 เมตร ในขณะที่รายงานไม่ยืนยันอีกบางกระแสระบุว่าอาจยาวถึง 15 เมตร หรือกว่านั้น มีส่วนหัวที่ใหญ่ ลำตัวแบนสีเงิน มีจุดสีฟ้าและดำประปราย มีครีบหลังสีชมพูแดง บนหัวที่อวัยวะแลดูคล้ายหงอนเป็นจุดเด่น

ปลาออร์เป็นที่อาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกในระดับความลึกประมาณ 1,000 เมตร และการปรากฏตัวของปลานี้เชื่อว่าอาจขึ้นมารับแสงแดด ตามความเชื่อโบราณเชื่อว่ามันเป็น พญานาค ตามความเชื่อของคนไทย หากพูดถึงในอดีตที่พบเจอมันจะเชื่อว่ามันคือ พญานาค ปลาออร์เป็นปลาที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และเป็นปลาที่กินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร ปลาออร์ที่จับได้ส่วนมากปลาขึ้นมาเกยหาดอาจเนื่องมาจากเจ็บป่วยหรือใกล้ตายซึ่งมีบันทึกว่ามีคนเห็นปลาออร์ขึ้นมาเกยหาดอยู่บ่อยครั้งซึ่งน้อยครั้งที่จะพบเห็นแบบตัวเป็นๆเพราะมันอาศัยอยู่ใต้ทะเลลึก sbo

หนอนทะเลยักษ์ใต้ท้องทะเลออสเตรเลีย

Jun 11

หนอนทะเลยักษ์

สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่เรารู้จักกันโดยทั่วไป ส่วนมากจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา ฉลาม โลมา ฯลฯ ใครเลยจะรู้ได้บ้างว่าสิ่งมีชีวิตแปลกๆ ที่เราอาจยังไม่เคยพบไม่เคยเจอก็ยังมีอีกมากมาย ดังเช่น หนอนทะเล ที่เราจะพูดถึงในวันนี้

หนอนทะเล หรือ Annelid Wormเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในไฟลัม แอนเนลิดา ซึ่งในไฟลัมนี้มีหนอนมากถึง 15,000 สปีซีส์ ที่รู้จักกันดีก็คือ ไส้เดือนและปลิง หนอนทะเลเป็นหนึ่งใน 120 สปีซีส์ ในจีนัส เนออิส แทงบอล คลาสโพลีคีตา นักวิทยาศาสตร์พบเจ้าหนอนทะเลนี้ในบริเวณเขตน้ำพุร้อนก้นทะเล ลักษณะเด่นของหนอนชนิดนี้ คือ มีรูปร่างหน้าตาที่แปลกประหลาดและดูน่าเกลียดน่ากลัว

ล่าสุดนักประดาน้ำได้มีการค้นพบหนอนทะเลยักษ์ที่เรืองแสงได้ อยู่บริเวณนอกชายฝั่งของรัฐแทสมาเนีย ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนักประดาน้ำได้มีการถ่ายภาพหนอนทะเลยักษ์ที่สามารถเรืองแสงเอาไว้ได้ เจ้าหนอนทะเลยักษ์เรืองแสงได้มันมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ไซรอาทริมม่า สพิโนซัม (Pyrostremma spinosum) และได้รับฉายาว่าเป็น ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล รูปร่างหน้าตาของมันก็เหมือนกับหนอนทะเลทั่วๆไป แต่ตัวที่ได้พบนี้ มันเป็นหนอนทะเลพันธุ์หายาก เพราะมันสามารถเรืองแสงได้ด้วยตัวของมันเอง เจ้าหนอนทะเลยักษ์นี้สามารถเจริญเติบโตจนมีขนาดลำตัวยาวได้ถึงสามสิบฟุต หรือมีความยาวเทียบเท่ากับรถโดยสารประจำทางที่นำมาต่อกันสองคันเลยทีเดียว โดยที่ลำตัวทรงกระบอกของมันนั้นมีลักษณะกลวง โปร่งแสง ลำตัวที่มีลักษณะเรืองแสงของมันเกิดจากโคลนขนาดเล็กนับพันกลุ่ม ที่สามารถดูดน้ำผ่านท่อ และกินแพลงตอนแทงบอลเป็นอาหาร ก่อนจะคายเศษแพลงตอนออกมา โดยหนอนทะเลชนิดนี้ได้ถูกจัดให้เป็นสัตว์ทะเล ซึ่งจะว่ายอยู่อย่างอิสระในน้ำลึกมากกว่าว่ายใกล้ชายฝั่ง ทำให้มันเป็นสัตว์หายาก และมีเพียงกลุ่มนักประดาน้ำเท่านั้นที่มีโอกาสพบได้

นักประดาน้ำที่พบหนอนทะเลยักษ์ตัวนี้ กล่าวว่า “มันเป็นสัตว์ทะเลที่มีขนาดใหญ่และดูน่าเกลียดน่ากลัวมากๆ ราวกับเป็นสัตว์ประหลาด เป็นฝันร้ายใต้ท้องทะเลลึก แต่มีลักษณะอ่อนและนิ่ม ซึ่งดูขัดแย้งกัน” ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า พื้นที่คาบสมุทรทาสมานในแทสมาเนีย เป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่ของโลกที่เป็นที่อาศัยของแพลงตอนวุ้นแห่งท้องทะเลที่อยู่ใกล้ชายฝั่งทำให้ได้พบกับสัตว์ทะเลชนิดนี้ คำถามก็คือ เราควรจะทำอย่างไรกับมันดี ควรจะจับมันขึ้นมาหรือปล่อยมันไว้ตามธรรมชาติ แต่ในฐานะที่เราเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติตัวยง ขอเลือกที่จะไม่จับมันและปล่อยมันไว้ตามธรรมชาติ เพราะมันคงมีประโยชน์สำหรับธรรมชาติที่มันอาศัยอยู่มากกว่าจับมันมาทรมาน

ปลาดุกทะเลยักษ์

Apr 29

สัตว์ทะเลมีจำนวนมากมายหลากหลายสายพันธุ์บางสายพันธุ์เป็นสัตว์ทะเลที่หายากและอยู่ใต้ทะเลลึกหลายพันเมตรบางชนิดอาศัยอยู่บริเวณปากแม่น้ำหรือบริเวณน้ำกร่อยจุดบรรจบของน้ำจืดและน้ำเค็มซึ่งวันนี้ในบทความสัตว์ทะเลแอดมินขอนำเสนอสัตว์ทะเลอีกชนิดที่เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณน้ำกร่อย นั่นคือปลาดุกทะเลยักษ์หรือปลาดุกทะเลดำ ทีเด็ดของสัตว์ทะเลชนิดนี้คืออะไรนั่นแอดมินจะนำเสนอให้ชมครับ

ปลาดุกทะเลยักษ์หรือปลาดุกทะเลดำ เป็นปลาทะเลชนิดหนึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Black eeltail catfish, Gray eeltail catfish, Canine catfish eel มีชื่ออยู่ในวงศ์วิทยาศาสตร์ว่า Plotosus canius ซึ่งอยู่ในวงศ์ปลาดุกทะเล มีลักษณะเป็นปลาที่ไม่มีเกร็ด ลำตัวมีเมือกลื่น ลักษณะคล้ายคลึงกับปลาดุกทะเลลายแต่ปลาดุกทะเลยักษ์จะมีลำตัวสีดำและเทาทั้งตัว ปลาดุกทะเลอาศัยอยู่บริเวณปากแม่น้ำหรือส่วนที่เป็นน้ำกร่อยการบรรจบกันของ พบได้ทั่วไปตามชายฝั่งหรือป่าชายเลนริมทะเล โดยขุดรูอยู่ ซึ่งอาจพบอยู่รวมกันได้ถึง 10-20 ตัว เป็นปลาที่วางไข่ในแหล่งน้ำกร่อยหรือน้ำจืด ไข่มีขนาดใหญ่ และมีปริมาณที่น้อย พบกระจายพันธุ์ในแถบอินโด-แปซิฟิก ตั้งแต่บังกลาเทศ, อินเดีย, ศรีลังกา, พม่า, ไทย เรื่อยไปจนถึงฟิลิปปิน, ปาปัวนิวกินี และออสเตรเลีย มีขนาดทั่วไปใหญ่ได้มากกว่าปลาดุกทะเลลาย คือ ยาวได้ถึง 90-150 เซนติเมตร และมีน้ำหนักมากได้ถึงเกือบ 10 กิโลกรัม จึงนิยมตกกันเป็นเกมกีฬาและบริโภคกันโดยปรุงเป็นอาหารรสจัดชนิดต่าง ๆ เช่น ผัดฉ่า หรือ แกงส้ม ปัจจุบัน ปลาดุกทะเลยักษ์ได้รับการวิจัยศึกษาให้เลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจในบ่อดินอีกด้วย ทีเด็ดของปลาดุกชนิดนี้คือพิษของมันบริเวณเงี่ยง โดยที่เงี่ยงที่ครีบอกและครีบหลังมีพิษร้ายแรงเช่นเดียวกัน แต่สามารถทำให้หายไปได้เมื่อถูกความร้อน 55 องศาเซลเซียส

ฉลามหัวค้อน สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลอีกชนิดที่เราควรรู้จัก

Oct 30

สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลปลาฉลามหัวค้อน (อังกฤษ: Hammerhead shark) เป็นปลาฉลามในวงศ์ Sphyrnidae มีเพียงสกุลเท่านั้น คือ Sphyrna

รูปร่าง เจ้าฉลาดหัวค้อน
มีรูปร่างที่แปลกตาแตกต่างไปจากปลาฉลามในวงศ์หรือสกุลอื่น ๆ คือ มีส่วนหัวที่แบนราบและแผ่ออกข้างคล้ายปีกหรือแลดูคล้ายค้อนทั้งสองข้าง โดยมีดวงตาอยู่สุดปลายทั้งสอง ปัจจุบัน ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีไว้เพื่ออะไร แต่นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า ช่วยให้การหาว่ายน้ำที่ช่วยส่งแรงยกตัวขึ้นหน้าด้าน ทำให้พุ่งตัวขึ้นในแนวดิ่งได้ดีขึ้น อีกทั้งยังใช้เป็นประสาทสัมผัสรับรู้และช่วยลดแรงต้านน้ำให้เหลือน้อยลงในการไล่งับอาหาร และในเวลาเอี้ยวหัวในเวลาว่ายน้ำ ซึ่งจากตำแหน่งของตาที่อยู่สุดปลายปีกสองข้างนั้น ทำให้ปลาฉลามหัวค้อนมีประสาทสายตาดีกว่าปลาฉลามจำพวกอื่น ๆ โดยสามารถมองเห็นภาพในมุมกว้างได้มากกว่าและสามารถทำให้มองเห็นเป็นภาพ 3 มิติ และยังสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าแบบอ่อน ๆ เพื่อจับหาที่อยู่ของอาหารได้ด้วย ไม่ว่าจะอยู่กลางทะเลหรือซ่อนอยู่บริเวณหน้าดินก็ตาม แต่ทว่าก็มีข้อเสียคือ ไม่สามารถที่จะเห็นภาพหรือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าในระยะใกล้ได้

พฤติกรรม เจ้าฉลาดหัวค้อน
ปลาฉลามหัวค้อน มีนิสัยชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 10-20 ตัว พบกระจายพันธุ์อยู่ในทะเลแถบอบอุ่นทั่วทุกมุมโลก เป็นปลาที่ออกลูกเป็นตัว มีขนาดลำตัวตั้งแต่ไม่เกิน 1.5 เมตร จนถึง 6 เมตร ชอบกินอาหารจำพวก ปลากระดูกแข็งขนาดเล็กกว่า รวมถึงปลากระเบนซึ่งเป็นปลากระดูกอ่อนเหมือนกันด้วย นอกจากนี้ยังชอบกิน หมึก, กุ้ง, ปู และหอย รวมทั้งอาจล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลขนาดใหญ่ เช่น โลมาหรือแมวน้ำ ได้ด้วยในบางชนิด โดยมักว่ายหากินตั้งแต่แนวปะการังไปจนถึงใต้ท้องทะเลลึกกว่า 275 เมตร ชอบว่ายน้ำโดยไม่หยุดไปมาตลอด ซึ่งสามารถว่ายน้ำได้ระยะไกล ๆ ในวันหนึ่ง ๆ โดยมีความเร็วในการว่ายประมาณ 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีอายุขัยโดยเฉลี่ย 25 ปี
ปลาฉลามหัวค้อนจะออกลูกเป็นตัว ตกคราวละ 4-37 ตัว โดยการผสมพันธุ์จะเกิดก่อนที่ตัวเมียจะตกไข่นานถึง 2 เดือน ปลาตัวเมียจะเก็บน้ำเชื้อของตัวผู้ไว้ในต่อมสร้างเปลือกไข่ ซึ่งไข่จะเจริญมาจากรังไข่ข้างขวาซึ่งจะทำหน้าที่เพียงข้างเดียว ตัวอ่อนในมดลูกจะได้รับอาหารและออกซิเจนจากถุงไข่แดงและพู่เหงือก ซึ่งจะหายไปเมื่อโตขึ้น

ที่สุดของสิ่งมีชีวิตที่สำคัญของท้องทะเล มาดูกันเลย

Oct 30

สิ่งมีชิวิตใต้ท้องทะเล

1. ฟองน้ำทะเล
ฟองน้ำฟองน้ำเป็นสัตว์ทะเลประเภทหนึ่งมีเซลล์จัดเรียงตัวกันอย่างหลวมๆสองชั้น  รูปร่างมีความต่างกันมาก  บางชนิดแผ่คลุมไปบนพื้นหินและซอกปะการัง  บางชนิดเป็นรูปเจกันคล้ายครก    ขนาดของฟองน้ำมีความแตกต่างกัน   บางชนิดเล็กประมาณ  1  เซนติเมตร  จนถึงขนาดใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร  อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่มีพื้นสภาพต่างกัน

ลำตัวของฟองน้ำนั้นมีรูฟุนขนาดเล็กจำนวนมาก  เป็นช่องให้น้ำไหลเข้าไปในโพรงลำตัวและบุไว้ด้วยกลุ่มเซลล์ที่ทำหน้าที่กินอาหารโดยใช้แส่จับ   ฟองน้ำมีลักษณะอ่อนนุ่ม  ยืดหยุ่นได้  ภายในลำตัวมีโครงค้ำจุนให้คงรูปร่างอยู่ได้ฟองน้ำอาศัยอยู่รวมกันเป็นโคโลนีเป็นผลแบบการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยวิธีการแตกหน่อ  แล้วหน่อยังคงติดอยู่กับตัวเดิม  ทำให้มีสมาชิกหลายตัวอยู่ติดกันแผ่ขยายคลุมพื้นที่กว้างออกไปเรื่อยๆ  ฟองน้ำกินอาหารโดยอาศัยระบบท่อน้ำที่ไหลผ่านเข้าไปในโพรงลำตัวและมีเซลล์จับเหยื่อโดยใช้แส่  อาหารที่ปนมากับน้ำได้แก่  สาหร่าย  ไดอะตอม  โปรโตซัว  แบคทีเรีย

ฟองน้ำเป็นสัตว์กลุ่มเดียวที่ไม่มีเซลล์ประสาท  ไม่มีอวัยวะหรือโครงสร้างในการรับความรู้สึก  การมองเห็น  การรับรส กลิ่นเสียง    ทั้งยังไม่มีปฎิกริยาตอบสนองใดๆต่อสิ่งกระตุ้นเลย  เว้นแต่บริเวณช่องน้ำออกเท่านั้นที่นักชีววิทยาพบว่ามีการหดและขยายบ้างเล็กน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารและน้ำที่ไหลผ่านระบบท่อน้ำ  สัตว์ทะเลหลายชนิดอาศัยอยู่กับฟองน้ำ  เช่น กุ้ง  ปู  ใส้เดือนทะเล  ดาวเปราะ  ปลิงทะเล  และจะเก็บกินเศษอาหารที่ติดอยู่ตามผิวลำตัวของฟองน้ำ  เพราะฟองน้ำมีเศษอินทรีย์และจุลินทรีย์ติดอยู่ที่ผิวด้านนอก   นอกจากนี้ปูบางชนิดยังชอบเก็บฟองน้ำไปแบกไว้บนหลังเพื่อใช้เป็นเกาะคุ้มกันทางด้านหลัง  และเมื่อฟองน้ำเจริญต่อไป  ก็อาจคลุมตัวปูจนมองไม่เห็นตัวปูจากทางด้านบน

 

 

ส่วนสัตว์ที่นิยมกินฟองน้ำเป็นอาหารก็คือทากทะเล  ซึ่งฟองน้ำนี้ส่วนมากแล้วไม่มีสัตว์ชนิดใดที่นิยมกินมันเพราะว่าฟองน้ำมีหนามหรือเส้นใยเยอะอีกทั้งยังทีรสชาติที่ไม่น่ากิน  อายุของฟองน้ำแต่ละชนิดจะแตกต่างกันออกไป  บางชนิดมีอายุพียงฤดูกาลเดียว  บางชนิดอยู่ได้หลายปี

ฟองน้ำส่วนใหญ่ส่วนใหญ่สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยการแตกหน่อ  นอกจากนี้ฟองน้ำยังสามารถสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ  โดยฟองน้ำแต่ละตัวสร้างเซลล์สืบพันธ์ทั้งเพศผู้และเพศเมีย  อยู่ภายในตัวเดียวกันแต่เซลล์สืบพันธุ์ทั้งสองเพศ  (สุรินทร์ มัจฉาชีพ,2518)

 

2. ขนนกทะเล

ขนนกทะเลจัดอยู่ในกลุ่มซีเลนเตอเรทพวกไฮโตรซัวอาศัยอยู่รวมเป็นโคโลนีที่แตกกิ่งก้านคล้ายกิ่งไม้เล็กๆหรือแตกแขนงคล้ายขนนกตัวขนนกทะเลแต่ละตัวเป็นโพลิปขนาดเล็ก  โพลิปจะกินอาหารจำพวกแพลงตอนขนาดเล็กหรืออินทรียวัตถุที่ล่องลอยอยู่ในทะเล    ขนาดของขนนกมีความแตกต่างกัน  ส่วนใหญ่โคโลนีที่คล้ายกิ่งไม้มีความสูงประมาณ  30  เซนติเมตร  อาศัยเกาะอยู่ตามปะการังต่างๆ   ขนนกทะเลเป็นสัตว์มีพิษหากสัมผัสกับผิวหนังของเรา  จะทำให้เกิดรอยไหม้เป็นผื่นคัน  เนื่องจากเข็มพิษจากโพลิปของขนนกทะเลมีน้ำพิษอยู่ด้วย  (สุรินทร์ มัจฉาชีพ,2518)

 

3. ประการังไฟ
ปะการังไฟเป็นไฮโครซัวชนิดหนึ่งพวกเดียวกับขนนกทะเลและสร้างฐานรองรับเป็นหินปูนแข็งและสร้างฐานรองรับโพลิปเป็นหินปูนแข็ง  ตัวโพลิปปะการังไฟมีรูปร่างสองแบบ    แบบหนึ่งหนึ่งทำหน้าที่จับเหยื่อกินอาหารและมีหนวดเรียกว่าแดดทิลโลซูออยด์  และอีกแบบที่ไม่มีหนวด  มีหน้าที่รับความรู้สึกสัมผัสและสร้างเข็มพิษ   ใช้สำหรับฆ่าเหยื่อหรือป้องกันตัว  โพลิปแบบนี้เรียกว่าแดดซิลโซลูออยด์  เมื่อเราไปสัมผัสปะการังไฟ  น้ำพิษจากเข็มพิษจึงทำให้เกิดอาการคันได้

รูปร่างของปะการังนั้นส่วนใหญ่จะคล้ายกับปะการังก้อน  ปะการังผักกาด  หรือปะการังเขากวาง  ปะการังไฟทุกชนิดอาศัยอยู่รวมกันเป็นโคโลนี  กินแพลงตอนและอินทรียวัตถุในน้ำเป็นอาหาร   สืบพันธุ์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ  (สุรินทร์ มัจฉาชีพ,2518)

خرید vpn خرید کریو خرید vpn خرید کریو